Home ข่าวฟุตบอล บรูโน่ เฟอร์นันเดซ:ตัวเดียวเปลี่ยนทีมได้ – ข่าวฟุตบอล
บรูโน่ เฟอร์นันเดซ:ตัวเดียวเปลี่ยนทีมได้ – ข่าวฟุตบอล

บรูโน่ เฟอร์นันเดซ:ตัวเดียวเปลี่ยนทีมได้ – ข่าวฟุตบอล

0
0

ข่าวฟุตบอลเด่นประจำสัปดาห์นี้ ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นทำให้แมนฯยูยังคงรั้งอันดับ 5 ตามหลังเชลซีอยู่ แต่หากมองในภาพรวมแล้วนั้นแมนยูไม่แพ้ใครมา 10 เกมแล้วด้วยกันนับตั้งแต่พวกเค้ามีข่าวและปิดดีลของบรูโน่ แฟร์นันเดซมิดฟิลด์โปรตุเกสมาจากสปอร์ตติ้ง ลิสบอน ในช่วงตลาดหน้าหนาว ถ้าจะบอกว่าการได้นักเตะเข้ามา 1 คนจะสามารถยกระดับทีมได้ขนาดนี้ละก็ ถ้าได้เข้ามาตั้งแต่ตอนหน้าร้อนปานนี้ทีมคงดีกว่านี้แล้วละ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้มานะจริงๆก็เกือบจะไม่ได้มาแล้วด้วยซ้ำ เพราะอะไรกัน

บรูโน่เฟอนันเดซ

เรื่องราวระหว่างบรูโน่และแมนยูไนเต็ด

จบฤดูกาล 2018/2019 แมนยูไนเต็ดจบอันดับ 7 ไม่ได้ตีตั๋วไป UCL แถมยังต้องเสีย อันเดร เออเรร่า ไปให้กับ PSG เพราะนักเตะไม่ยอมต่อสัญญา แถมพอล ป๊อกบา มิดฟิลด์ร้อยทรงผมก็ทำท่าว่าจะย้ายออกจากทีมอีก แถมมิดฟิลด์คนอื่นๆก็ไม่รู้จะฝากผีฝากไข้ได้เปล่า ดังนั้นพวกเค้าจึงต้องเริ่มหามิดฟิลด์ที่มีความขยันแบบเออเรร่าและสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีเหมือนป๊อกบาแต่ที่เป็นของแถมสำคัญก็คือภาวะเป็นผู้นำในสนามนั้นเพราะบรูโน่นั้นมีสถานะในตอนนั้นเป็นกับตันทีมสปอร์ตติ้ง ลิสบอนั้นเอง จึงทำให้แมนยูนั้นสนใจในตัวบรูโน่ นั้นเอง แต่ถ้าแมนยูสนใจแล้วทีมอื่นจะไม่สนใจเหรอ ?

อันเดร เออเรร่า

การเสียอันเดร เออเรร่าทำให้แมนยูไนเต็ดต้องหามิดฟิลด์ใหม่

การซื้อขายที่สุดแสนจะวุ่นวาย

บรูโน่ เฟอร์นันเดซนั้นในสัญญาซื้อขายระบุไว้ว่าเค้ามีค่าตัวเพียง 35 ล้านยูโรแต่อย่างไรก็ตามในสัญญานั้นก็ยังระบุอีกว่า หากลิสบอนปฎิเสธจะต้องจ่ายค่ากินเปล่าให้บรูโน่ 5 ล้านยูโรทุกครั้งที่ลิสบอนปฎิเสธข้อเสนอที่ซื้อบรูโน่ ในตอนแรกก็เป็นแมนยูเนี่ยแหละที่ยื่นไปก่อน 35 ล้านยูโรก่อนแต่ก็โดนปฎิเสธ หลังจากนั้นสเปอร์ก็ยื่นเข้ามาที่ 45 ล้านยูโรพร้อมออฟชั่นบวกโบนัสอีก 20 ล้านยูโรหากได้แชมป์ลีกหรือแชมป์ยุโรปแต่ก็โดนปฎิเสธไปอยู่ดี เพราะเฟเดริโก้ วาลันดาสประธานของลิสบอนมองว่ามันยากไป

ส่วนแมนยูไนเต็ดนั้นพวกเค้าสนใจบรูโน่ก็จริงแต่กับตำแหน่งอื่นๆที่ต้องเสริมก็มีเหมือนกันในระหว่างที่กำลังดีลกับบรูโน่ พวกเค้าก็ปิดดีล เดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์และ อารอน วาน บิสซาก้า แบ็คขวาชาวอังกฤษของคริสตัล พาเลซที่ราคา 50 ล้านปอนด์ก่อนจะกลับมาล่าตัวบรูโน่ต่อ แต่อย่างไรก็ตามก็มีตัวละครตัวอื่นโผล่เข้ามาด้วยอยู่ 1 ตัวด้วยกัน

ตัวละครตัวนั้นคือ เปาโล ดิบาล่า ตัวรุกชาวอาเจนติน่าของยูเวนตุสนั้นเอง ซึ่งแมนยูก็จับตามองดิบาล่าอยู่เพราะมีข่าวว่าตัวของดิบาล่านั้นไม่พอใจในบทบาทของตัวเองในช่วงหลังนับตั้งแต่การเข้ามาของคริสเตียโน โรนัลโด้ที่ทำให้ตัวเค้าถูกเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นบ้าง โดนดร็อปบ้างจนเป็นข่าวว่าจะย้ายทีมนั้นเอง

กลับมาที่เรื่องของบรูโน่ เฟอร์นันเดซ ว่ากันว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลิสบอนยังไม่ปล่อยตัวบรูโน่ เป็นเพราะเบนฟิก้าคู่ปรับร่วมลีกเพิ่งขาย เจา เฟลิกซ์ ดาวรุ่งของทีมให้กับแอตเลนติโก มาดริดในราคาถึง 120 ล้านยูโร ทำให้เฟเดริโก้ วาลันดาสประธานของลิสบอนมองว่าบรูโน่ที่อยู่กับทีมมานานจะมีค่าตัวถูกกว่าดาวรุ่งที่เพิ่งดังแค่ปีเดียวได้ยังไง

กลับมาที่ฝั่งแมนยูพวกเค้าเพิ่งซื้อตัวแฮรรี่ แมคไกว์เซ็นเตอร์ฮาลฟ์มาในราคาสถิติโลก 80 ล้านปอนต์ ทำให้ในหน้าร้อนนั้นซื้อนักเตะ 3 คนมาแล้วรวมๆกันในราคาเกือบ 150 ล้านปอนด์ซึ่งถ้าหากซื้อนักเตะเพิ่มอีกในราคาที่แพงคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ จึงทำให้พวกเค้าเสนอดีลแลกตัวของ โรเมลู ลูกากูกับเปาโล ดิบาล่า ซึ่งทั้งสองฝั่งโอเคหมดยกเว้นตัวของดิบาล่าที่ไม่อยากย้ายทำให้ดีลนี้ล่มไปในที่สุด ส่วนแมนยูหลังจากนั้นพวกเค้าก็ไม่ได้ซื้อใครเพิ่มอีกจึงเป็นที่มาของบทสัมภาษณ์หล่อของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ว่า “ผมพอใจกับทีมที่มีอยู่”

ปัญหาของแมนยูที่ตามมา

หลังจากตลาดซื้อขายปิดตัวลงบรูโน่ก็กลับไปเล่นให้กับลิสบอนตามปกติแถมโชว์ฟอร์มได้ดีซะด้วย ซึ่งตรงกันข้ามกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ผลงานในลีกคือสามวันดีสี่วันไข้ ชนะ เสมอ แพ้ สลับกันอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆจนมีกระแสไล่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ตามมา ยิ่งไปกว่านั้นพวกเค้ายังต้องเสียพอล ป๊อกบาไปด้วยอาการบาดเจ็บอีกต่างหากแถมพักยาวด้วย เมื่อไม่ได้บรูโน่เข้ามา โอเล่จึงต้องใช้บริการของเจสซี่ ลินการ์ดและอันเดรส เปเรยร่าในตำแหน่งหมายเลข 10 หลังกองหน้า ผลคือทั้งสองคนมักจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่เสมอ ลินการ์ดนอกจากเพรสซิ่งดีก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเร็วสวนกลับ ในเกมที่แมนยูออกไปแพ้วัตฟอร์ด 2-0 ลินการ์ดได้โอกาสหลุดเดียวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูก่อนที่จะจัดการชิพบอลข้ามคานไปซะอย่างนั้นเล่นเอาแฟนบอลด่าพ่อกันเป็นแถว ส่วนอันเดรส เปเรยร่านอกจากจะมีแอสซิสต์บางประปรายแต่ก็ทำอะไรแถบไม่เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนกัน นี้ยังไม่พูดถึงฆวน มาต้าอีกนะ โชคดีของแมนยูที่พวกเค้าได้ เฟร้ด กองกลางบราซิลที่โดนด่ายับในปีที่แล้วกลับมาเป็นกองกลางตัวรับบราซิลแท้ๆอีกครั้ง พร้อมด้วยฟอร์มอันโดดเด่นของ สก็อต แมคโทมิเนย์ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่แมนยูต้องการคือผู้เล่นหน้าต่ำแบบคุณภาพคับแก้ว

Bean

คู่หูคู่ไร้ประโยชน์

กลับมาล่าบรูโน่อีกครั้ง

เข้าสู่เดือนมกราคมตลาดนักเตะเปิดอีกครั้งแมนยูฯจึงกลับไปล่าบรูโน่อีกครั้ง โดยที่คราวนี้ในวันที่ 10 มกราคม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กับ ไมค์ ฟีแลน ผู้ช่วยของเค้าตัดสินใจไปดูฟอร์มของบรูโน่ด้วยตัวเองถึงโปรตุเกส ซึ่งวันนั้น ลิสบอนของบรูโน่เอาชนะวิตอเรีย เซตูบัลไป 3-1 โดยที่บรูโน่ยิงไป 2 ประตูด้วยกัน นั้นทำให้โอเล่คิดแล้วว่าเราต้องการนักเตะแบบนี้จริงๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนแมนยูจะได้ยินข่าวฟุตบอลของบรูโน่ เฟอร์นันเดซทุกวัน

ลิสบอนนั้นตั้งราคาของบรูโน่ไว้ที่ 70 ล้านยูโร ซึ่งแมนยูคิดว่าราคานี้มันเยอะไปหรือเปล่าเพราะนอกจากแมนยูแล้ว ในตอนนี้ไม่มีใครเลยที่จะมาซื้อบรูโน่จึงเปิดฉากเจรจาต่อรองเพื่อขอลดค่าตัวลง อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เจรจาที่ซื้อตัวบรูโน่ ฟอร์มของแมนยูในช่วงนั้นคือแย่มาก แพ้อาร์เซน่อลกับลิเวอร์พูล 2-0 เสมอวูลฟ์แฮมตันในเอฟเอคัพเกมแรก แถมยังเสียมาคัส แรชฟอร์ดแนวรุกตัวความหวังไปด้วยอาการบาดเจ็บอีก ยิ่งไปกว่านั้นการเจรจาซื้อขายดีลของบรูโน่ยังล่าช้าอีกตั้งหากเพราะผ่านมาจนตลาดจะปิดแล้วดีลยังไม่คืบหน้า จนแฟนบอลบางส่วนรู้สึกหงุดหงิดกับการเจรจาที่ล่าช้าจึงตัดสินใจไปโยนพลุใส่บ้านของ เอ็ด วู้ดเวิด CEO ของแมนยูไนเต็ดจนเป็นเรื่องงามหน้า

23 มกราคม บาร์เซโลน่าตัดสินใจเข้าร่วมการล่าตัวบรูโน่ด้วย แต่ไม่ได้ซื้อเพื่อเอาไปใช่แต่จะเอาไปต่อรองกับทางบาเลนเซียต่างหาก ก่อนหน้านี้บาซาร์ต้องเสีย หลุยส์ ซัวเรส ดาวยิงฟันจอบจากอาการบาดเจ็บต้องพัก 4 เดือนด้วยกัน พวกเค้าจึงจะซื้อบรูโน่มาและเอาไปปล่อยให้บาเลนเซียทีมร่วมลีกยืมไปใช่ เพื่อให้ทางบาเลนเซียปล่อยตัวโรดริโก้ โมเรโน่ให้กับทางบาร์ซ่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าข่าวนี้จะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือแต่นั้นก็ทำให้ แมนยูได้สติว่าพวกเค้าไม่ใช่คนเดียวที่อยากได้บรูโน่นั้นเอง

2 วันถัดมาแมนยูยื่นขอเสนอให้กับลิสบอนอีกครั้งด้วยมูลค่า 55 ล้านยูโรพร้อมออฟชั่นแบบง่าย 10 ล้านยูโรและออฟชั่นแบบยากอีก 15 ล้านยูโร เป็นมูลค่า 80 ล้านยูโรด้วยกันให้กับลิสบอนและลิสบอกก็โอเคในที่สุด บรูโน่ก็ได้ย้ายมาแมนยูไนเต็ดในที่สุด

เซ็นสัญญา

เซ็นสัญญาในที่สุด

บทสรุปของเรื่องนี้

การเข้ามาของบรูโน่นั้นเป็นเหมือนการที่ทำให้เมฆหมอกที่อยู่เนื้อโอลด์ แทลฟฟอร์ดเริ่มบางลง มีแสงสว่างลงมาบ้าง ทำให้แมนยูหลังจากที่ได้บรูโน่มานั้นยังไม่แพ้ใครเลย 8 นัดด้วยกันชนะ 5 เสมอ 3 โดย 2 ใน 5 นัดที่ชนะคือการชนะเชลซีและแมนซิตี้ 2-0 ด้วยกัน บางที่ถ้าได้บรูโน่มาเร็วกว่านี้แมนยูคงไม่ลำบากขนาดนี้หรอกนะครับ

หากคุณชื่นชอบบทความฟุตบอล สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการลูกหนัง อัพเดทข่าวสารในวงการฟุตบอล ทั้งไทย และต่างประเทศได้ที่นี่ >> ข่าวฟุตบอล << คลิกเพื่ออ่านหัวข้ออื่นๆเพิ่มเติม